
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม เมืองฟ้าอมรบางกอก(bangkok)ที่ไม่ใช่แบง!!ค็อค!!(bang!!! cock!!!) มีการวางและปาระเบิดสองจุด
จุดหนึ่งคือ บ้านสี่เสาร์เทเวศร์ ที่พำนักของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์
จุดหนึ่งคือ ที่พักของ ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวานิช
ที่หนึ่งเป็นที่พัก ของ ประธานองคมนตรี บุรุษผู้ใกล้ชิดของพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ปรึกษาสูงสุดในกิจการบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์ เป็นผู้อาวุโสของบ้านเมืองผู้มีความเป็นกลางทางการเมืองสูงสุด ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ดำรงความเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจนไปที่เคารพไปทุกแวดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแวดวงทหาร และปาฐกถาบ่อยครั้งในประเด็น จุดยื่นทางจริยธรรมของผูนำองค์กร หรือผู้นำในการบริหารงานทุกประเภท
ที่หนึ่งเป็นที่พักของ ผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุทธวิทยาลัย โรงเรียนที่พระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งและเป็นเขตพระราชฐาน มีการเสด็จผ่านอยู่บ่อยครั้ง และผู้บังคับการของโรงเรียนแห่งนี้มีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา แสดงชัดเจนอย่างยิ่งในกรณีของการลาออกจากประธานบอร์ด กฟผ. และเป็นผู้ร่างฎีกาถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานรัฐบาลชั่วคราว
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกี่ยวพันกับการเมืองที่ร้อนระอุ ทะลักล้นปรอท
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกี่ยวพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์
แสดงถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่เลื่อนไหลไปสู่อีกระดับ เป็นระดับที่ตรงข้ามกับจุดยืนของกลุ่มผู้เรียกร้องให้นายกทักษิณลาออก ที่ใช้อหิงสา ที่ใช้สันติวิธี
เป็นระดับที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง
จากคำกล่าวของพล.ต.เอก โกวิทย์ วัฒนะ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่น กล่าวว่าเป็นการใช้ระเบิดในรูปแบบเดียวกับที่ปาสำนักพิมพ์ผู้จัดการ ที่ห้างโตคิว ที่สำนักสันติอโศก
เป็นการวางระเบิดหลังจากที่มีการเรียกร้องให้นายกทักษิณลาออกครั้งแรกในวันที่ 4 ก.พ.
สังคมพุ่งเป้าความสงสัยไปยัง กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ที่อาจมีผีเปรตในคราบนักบุญ
และแน่นอนว่าสังคมพุ่งเป้าข้อสงสัยไปยังฟากรัฐบาล ที่อาจมีผีเปรตในคราบนักบุญ
หรือมีการคาดเดาว่าจะเป็นมือที่สามสี่ห้า สุดแท้แต่
ประเด็นมิได้อยู่ที่ว่าใครเป็นคนทำ น้อยไป...
ประเด็นอยู่ที่ว่าการดำเนินการทางการเมือง การช่วงชิงอำนาจทางการเมือง การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของประเทศไทย มักจะกอดชิดมากับความรุนแรง
หรือสันติวิธีอหิงสธรรมจะเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ?
เพราะฉะนั้นนัยประหวัดที่กล่าวมามิได้กล่าวให้กลัว มิได้กล่าวว่าเลิกเสียเถอะ การต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยอหิงสธรรม โดยสันติวิธี
เพราะการเปลี่ยนผ่านการเมืองอยู่ในมือท่าน ประชาชนทุกคน การมองว่าใครเป็นคนทำ หากเป็นฝ่ายแกนนำของการชุมนุม ก็มิได้หมายความว่า ประเด็นที่ท่านทั้งหลายมาชุมนุมมันถูกลดทอนลง
เพราะจุดร่วมในการชุมนุม มิได้อยู่ที่ตัวแกนนำที่อาจมีผีเปรตอาศัยแคลบแฝงอยู่
แต่จุดร่วมอยู่ที่เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงกำลังแสดงออกโดยอหิงสธรรม และสันติวิธี ถึงเจตนาในความต้องการระบอบการปกครองบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไปสู่อีกระดับ
ระดับที่ประชาชนมีส่วนรวมกับการเมืองมากขึ้น
ระดับที่การฉ้อฉลในแวดวงการเมือง หรือแวดวงราชการ ได้รับการปรับปรุง
ระดับที่ต้นทุนในการใช้ชีวิตของพวกเรา พี่น้องเรา ลูกหลานของเรา มีต้นทุนที่ถูกลง มิใช่ไปเสียเปล่ากับการคอร์รัปชั่น
เพราะหากเราไม่ทำ แล้วการเปลี่ยนแปลงมันจะอีกสักกี่ชาติ
การเปลี่ยนแปลงตอนนั้น เราอาจจะเหลือแต่กระดูก ประเทศอาจจะตกเป็นทาสทุนนิยมโดยสมบูรณ์ เพราะนักการเมืองคงฉ้แฉลอาจหนักข้อขึ้นทุกวัน ทุนต่างชาติอาจบีบโดยความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่าลิบโลก ให้เราเป็นแต่แรงงานไร้ฝีมือ
มีอีกหลายสิ่งที่จะต้องคิดต่อ หลังจากการแสดงถึงอารยะขัดขืนครั้งนี้
ก็คิดต่อกันไป อย่างเข้มข้น อย่างหลากหลาย และอย่างเปิดกว้าง
สู้ต่อไปเถอะประชาชนที่รัก ผมจะเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับพวกคุณ
ในนามของ เด็กน้อยคนหนึ่ง