Friday, March 10, 2006

เมื่อเวลาที่ผ่านเริ่มร้อนเร่าแผดเผา



เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม เมืองฟ้าอมรบางกอก(bangkok)ที่ไม่ใช่แบง!!ค็อค!!(bang!!! cock!!!) มีการวางและปาระเบิดสองจุด

จุดหนึ่งคือ บ้านสี่เสาร์เทเวศร์ ที่พำนักของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์

จุดหนึ่งคือ ที่พักของ ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวานิช

ที่หนึ่งเป็นที่พัก ของ ประธานองคมนตรี บุรุษผู้ใกล้ชิดของพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ปรึกษาสูงสุดในกิจการบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์ เป็นผู้อาวุโสของบ้านเมืองผู้มีความเป็นกลางทางการเมืองสูงสุด ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ดำรงความเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจนไปที่เคารพไปทุกแวดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแวดวงทหาร และปาฐกถาบ่อยครั้งในประเด็น จุดยื่นทางจริยธรรมของผูนำองค์กร หรือผู้นำในการบริหารงานทุกประเภท

ที่หนึ่งเป็นที่พักของ ผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุทธวิทยาลัย โรงเรียนที่พระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งและเป็นเขตพระราชฐาน มีการเสด็จผ่านอยู่บ่อยครั้ง และผู้บังคับการของโรงเรียนแห่งนี้มีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา แสดงชัดเจนอย่างยิ่งในกรณีของการลาออกจากประธานบอร์ด กฟผ. และเป็นผู้ร่างฎีกาถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานรัฐบาลชั่วคราว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกี่ยวพันกับการเมืองที่ร้อนระอุ ทะลักล้นปรอท

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกี่ยวพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์

แสดงถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่เลื่อนไหลไปสู่อีกระดับ เป็นระดับที่ตรงข้ามกับจุดยืนของกลุ่มผู้เรียกร้องให้นายกทักษิณลาออก ที่ใช้อหิงสา ที่ใช้สันติวิธี
เป็นระดับที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง

จากคำกล่าวของพล.ต.เอก โกวิทย์ วัฒนะ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่น กล่าวว่าเป็นการใช้ระเบิดในรูปแบบเดียวกับที่ปาสำนักพิมพ์ผู้จัดการ ที่ห้างโตคิว ที่สำนักสันติอโศก

เป็นการวางระเบิดหลังจากที่มีการเรียกร้องให้นายกทักษิณลาออกครั้งแรกในวันที่ 4 ก.พ.

สังคมพุ่งเป้าความสงสัยไปยัง กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ที่อาจมีผีเปรตในคราบนักบุญ

และแน่นอนว่าสังคมพุ่งเป้าข้อสงสัยไปยังฟากรัฐบาล ที่อาจมีผีเปรตในคราบนักบุญ

หรือมีการคาดเดาว่าจะเป็นมือที่สามสี่ห้า สุดแท้แต่

ประเด็นมิได้อยู่ที่ว่าใครเป็นคนทำ น้อยไป...

ประเด็นอยู่ที่ว่าการดำเนินการทางการเมือง การช่วงชิงอำนาจทางการเมือง การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของประเทศไทย มักจะกอดชิดมากับความรุนแรง

หรือสันติวิธีอหิงสธรรมจะเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ?

เพราะฉะนั้นนัยประหวัดที่กล่าวมามิได้กล่าวให้กลัว มิได้กล่าวว่าเลิกเสียเถอะ การต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยอหิงสธรรม โดยสันติวิธี

เพราะการเปลี่ยนผ่านการเมืองอยู่ในมือท่าน ประชาชนทุกคน การมองว่าใครเป็นคนทำ หากเป็นฝ่ายแกนนำของการชุมนุม ก็มิได้หมายความว่า ประเด็นที่ท่านทั้งหลายมาชุมนุมมันถูกลดทอนลง

เพราะจุดร่วมในการชุมนุม มิได้อยู่ที่ตัวแกนนำที่อาจมีผีเปรตอาศัยแคลบแฝงอยู่

แต่จุดร่วมอยู่ที่เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงกำลังแสดงออกโดยอหิงสธรรม และสันติวิธี ถึงเจตนาในความต้องการระบอบการปกครองบ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไปสู่อีกระดับ

ระดับที่ประชาชนมีส่วนรวมกับการเมืองมากขึ้น

ระดับที่การฉ้อฉลในแวดวงการเมือง หรือแวดวงราชการ ได้รับการปรับปรุง

ระดับที่ต้นทุนในการใช้ชีวิตของพวกเรา พี่น้องเรา ลูกหลานของเรา มีต้นทุนที่ถูกลง มิใช่ไปเสียเปล่ากับการคอร์รัปชั่น

เพราะหากเราไม่ทำ แล้วการเปลี่ยนแปลงมันจะอีกสักกี่ชาติ

การเปลี่ยนแปลงตอนนั้น เราอาจจะเหลือแต่กระดูก ประเทศอาจจะตกเป็นทาสทุนนิยมโดยสมบูรณ์ เพราะนักการเมืองคงฉ้แฉลอาจหนักข้อขึ้นทุกวัน ทุนต่างชาติอาจบีบโดยความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่าลิบโลก ให้เราเป็นแต่แรงงานไร้ฝีมือ

มีอีกหลายสิ่งที่จะต้องคิดต่อ หลังจากการแสดงถึงอารยะขัดขืนครั้งนี้

ก็คิดต่อกันไป อย่างเข้มข้น อย่างหลากหลาย และอย่างเปิดกว้าง

สู้ต่อไปเถอะประชาชนที่รัก ผมจะเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับพวกคุณ

ในนามของ เด็กน้อยคนหนึ่ง

2 Comments:

At 1:23 PM, March 17, 2006, Blogger Mr.GELGLOOG said...

แวะมาเจิมครับ

เมื่อวานก็พึ่งไปเก็บเกี่ยวบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลมาเหมือนกัน

ได้เห็นอะไรหลายอย่างนะ แต่เท่าที่ลองๆมองดูแล้วไม่น่าจะมีท่าทีของการที่ถูกเอาเงินฟาดหัวให้มานั่งเลย อาม่าบางคนพึ่งรำไทเก็กเสร็จก็มาร่วมชุมนุมกับเค้าด้วย พ่อ แม่ จูงลูกเด็กเล็กแดง ซื้อกล้วยปิ้งไปนั่งชุมนุมกัน นักเรียน นิสิต นักศึกษา มากันเป็นกลุ่มพูดคุยกันในประเด็นต่างๆ รวมถึงกลุ่มพันธมิตนานา สาธยายไม่หมด

แต่กลัวครับ กลัวอยู่อย่างเดียว

กลัวแนวร่วมพันธมิตจะหมดมุกครับ และเท่าที่เห็นผมรู้สึกว่าพลังความฮึกเหิมมันดูจะน้อยกว่าตอนที่รวมอยู่สนามหลวงนะ เพราะดูเหมือนว่าตรงทำเนียบด้วยภูมิศาสตร์แล้วมันทำให้ผู้รวมชุมนุมกระจัดกระจายกันเหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าการเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงถึงทิศทางทางการเมืองที่ก้าวไปข้างหน้าของเรานะ


ป.ล.

แต่เมื่อวานร้อนโคตร ขนาดตอนกลางคืนนะนั่น

 
At 4:19 PM, March 18, 2006, Blogger Soulseeker said...

มุข(ไม่รู้ถูกรึปล่าว) ผมว่าหมดยากกกก ครับ

เพราะ ความหลากหลายของผู้ร่วม และผู้ปราศรัย

ซึ่งมีความจัญไรอันเนื่องมาจากระบอบทักษิณนั้นมีไปถ้วนทั่ว

เหมือนหยาดฝนความเวร ตกมาทั่วฟ้า คนที่มาเพียงเล่าประสบการณ์เปียกของตนก็เยอะแล้วครับ

และสิ่งเหล่านี้จะทำให้จุดยึดโยงหนึ่งเดียว แข็งแรงขึ้น

ผมว่าและขอภาวนา

 

Post a Comment

<< Home