Friday, March 17, 2006

ในมืด มีสว่าง ในสว่าง มีมืด

ภาค : 17.59

แสงอัสดงปลั่งเปล่งระยับยิบ

วายุทิพย์หมุนสะท้านสะเทือนไหว

เหล่ามวลชนนราเจ้าอธิปไตย

ต่างร่วมจิตสว่างไสวกว่าอาฑิตย์

ภาค : สามัญสามานย์ชน

กูเห็นความมืดกำลังครอบ

กูเห็นความชอบกำลังปิด

กูเห็นธรรมกำลังเป็นพิษ

กูเห็นผีร้ายหมายชีวิตตัวกู

มึงใช่มั้ยไอ้จัญไรคนทำ

มึงคือกรรมทำบ้านเมืองอดสู

มึงชาติชั่วมาเอาเปรียบพี่น้องกู

มึงต้องตายให้กูดูเห็นกับตา

ภาค : สว่างนีออน

ประชาชนของข้าที่รักยิ่ง

มันไม่จริงข้าพเจ้าถูกกล่าวหา

ข้าพเจ้าเล่นตามกติกา

ยังโดนตามหาเรื่อง อันธพาล

ข้าเกิดมาเพียงต้องการทำเพื่อชาติ

เงินซักบาทข้าไม่หวังโปรดสงสาร

มีแต่พวกเสียประโยชน์อันธพาล

ที่ต้องการขืนข่มข้าให้ออกไป

ภาค : มนุษย์ไร้มนุษย์

ในมืดแลเห็นความสว่าง

ที่พร่าวพร่างพริ้มเพริศสดสวย

ในสว่างมีมืดงงงวย

ที่อำนวยความลึกลับซ่อนเร้น

การมองเห็นยากจะใช้ตา

สดับรู้มายาแห่งแสง

เพราะจำกัดร่างกายยากพลิกแพลง

ที่จะตัดผ่านกำแพงกั้นขวาง

มีพลังแห่งจิตในลึก

ที่จะเห็นคิดนึกสิ่งประจักษ์

ไร้มายาไร้ภาพอัตลักษณ์

ที่นั่นคือที่พำนักแห่งเซ็น

(เซ็นในที่นี้หมายถึง ซาโตริ หรือหมายถึงพุทธธรรม ครับ มิได้หมายเป็นอื่นที่เป็นดั่งหนังสือชี้ชวนเข้ารีต 555!)

13 Comments:

At 8:43 PM, March 21, 2006, Anonymous โบของมู๋แดง said...

งืมงืม
ชอบภาคสามัญสามานย์ชนอะ
มันได้ดั่งใจดี แล้วจารอดู

มึงชาติชั่วมาเอาเปรียบพี่น้องกู
มึงต้องตายให้กูดูเห็นกับตา

 
At 4:32 PM, March 22, 2006, Anonymous นางฟ้า said...

พี่แทน หรือจะให้เรียกว่า นายเจี๋ยมเจี้ยมดีคะ...hehe เห็นภาพกันเลยทีเดียว แอบโหดนะเนี่ย^_^

 
At 9:20 PM, March 22, 2006, Blogger carré de mim said...

ชอบประโยคในวงเล็บแฮะ
"หนังสือชี้ชวนเข้ารีต"

 
At 10:40 AM, March 24, 2006, Blogger Crazycloud said...

บางครั้งการหวังดีชวนใครเข้ารีตโดยรากเหง้าที่ต่างกัน

ผมขอบอกคุณแทน ได้เลยว่าคงต้องอาศัยการสร้างภาพหลายตลบ

เพราะสำหรับคนบางคน ชอบภาพสวยงามจนถูกหลอกอยู่ร่ำไป

เจ้าสำนักมิเคยยินดียินร้ายกับความติงต้องของใครอยู่แล้ว

บางครั้งการรู้จักกันน้อยเกินไป เราอาจได้เพือนหรือน้อง หรือพี่ที่เสพติดภาพพจน์หรือรูปลักษณ์เพิ่มมาอีกคนสองคน

คนสองคนที่พร้อมจะจับกลุ่มกับใครก็ได้ กระทั่งคนที่เขาเหล่านั้นแอบด่าบนโต๊ะอาหาร

ด้วยรักและจริงใจ

เจ้าสำนัก

 
At 4:22 PM, March 30, 2006, Blogger Soulseeker said...

บางทีก็รู้สึกเหนื่อยๆในแขนงของความคิดสร้างสรรค์ที่มันสูญสลายไปเพราะสังคมลมทางการเมืองมันร้อนแรวจนเบียดทับพื้นที่ในสมองส่วนอื่นมิให้หลั่งสิ่งใดออกมานอกจากเรื่องนี้

เฮ้อ....

ขอบ่นดังๆหน่อยเฮอะ

 
At 6:57 PM, March 30, 2006, Blogger Mr.GELGLOOG said...

แวะเข้ามาเยี่ยมครับ

คอมเม้นท์ไม่ค่อยถูกเลย เหมือนจะเข้าไม่ถึงยังไงชอบกล

อย่างไรก็ตามเจอแบบสำนวนแบบนี้เข้าก็อดไม่ได้ที่จะขอคารวะเสียหนึ่งจอก...

ป.ล.

ช่วงนี้แดดร้อน การเมืองแรง blog ระอุ มันส์จริงๆพะย่ะค่ะ

 
At 7:27 PM, March 30, 2006, Blogger carré de mim said...

น้องแทน

มีคนบอกว่า น้องแทนไปเขียนถึงพี่ไว้ในบล๊อกของคุณ crazycloud พี่เลยเข้ามาคุยกับน้องแทนซักกะนิด

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ขอบคุณที่คิดถึงกันนะ น้องแทนไม่ได้ออนไลน์ เอมเอสเอน เลย เราก็เลยไม่ได้คุยกันเฮฮาอย่างที่ควรจะเป็น

หวังว่าน้องแทนคงสบายดีและมีความสุขตามประสา
พี่เองก็สุขสบายกายและใจดี มีพลังมากพอสมควรในการทำงานหลัก ซึ่งก็คือ thesis และ งานสร้างสรรค์ ซึ่งก็คือการเขียนบล๊อก

พี่ได้โพสต์คอมเมนต์ไว้ในบล๊อกของน้องโตไว้แล้ว ว่าจุดยืนของพี่คืออะไร

แต่พี่จะบอกอีกหนก็ได้ ก็คือ พี่ไม่สนใจการเมือง ใครจะร้อนระอุอย่างไรพี่ไม่สนใจ ใครจะชอบทักษิณ รักลุงธิ อยากได้นายกพระราชทาน หรืออะไรก็ตามสบายไป
เพราะคนเรามีสิทธิจะคิด จะสนใจอะไรต่างกันไม่เหมือนกัน

พี่ซึ่งไม่มีความสนใจเรื่องการเมืองมานานแสนนานตั้งแต่จำความได้ จะขอยืนยันของพี่อย่างนี้ต่อไป มิไยที่อาจจะมีคนคิดว่าพี่หัวกลวง ติงต๊อง สุขนิยม หรือ ไร้สาระ ก็ตามสบาย

พี่มีความเชื่อว่า คนเราเหมือนบทเรียนคณิตศาสตร์บทที่ว่าด้วยเรื่อง เซท (set)
ไม่รู้จะจำกันได้รึป่าว บทเรียนนี้มีการจำลองเป็นรูปวงกลม
สมการคณิตศาสตร์ในเรื่องดังกล่าว มีการจำลองการซ้อนกันของวงกลมว่า อินเตอร์เซค มีเครื่องหมายการจำลองเป้นรูปเกือกม้าหัวคว่ำ

พี่มีความเชื่อว่า ความสัมพันธ์ของคน ตลอดจนความคิดของคนก็เหมือนเจ้าวงกลมที่ว่านั่นแหละ

ถ้าสนใจเรื่องเดียวกัน มันก็จะนำมาซ้อนกันได้เป้นเรื่องเป็นราว แต่ถ้าสนใจเรื่องเดียวกันแต่ดันมีความคิดต่างกัน วงกลมที่ซ้อนกันก็จะถูกกัดกร่อนลงไป กลายเป้นวงกลมไม่เต็มวง เหมือนความสัมพันธ์ของคนที่เว้าแหว่ง

แต่ในขณะเดียวกัน วงกลมวงเดียวกันก็สามารถไปซ้อนกับวงกลมอื่นได้ อาจจะซ้อนกันได้ดี หรือ ซ้อนกันไม่ได้ ก็แล้วแต่เรื่อง

ตัวอย่าง วงกลมของพี่กับพี่กล้า อาจจะซ้อนกันได้มากหน่อยทั้งเรื่องภาษา เรื่องทำอาหาร ดนตรี หรือจะเป้นการเขียนเรื่องสั้น แต่ซ้อนกันไม่ได้เลยเรื่องการเมืองหรือการท่องเที่ยว

พี่ซ้อนกับแทนได้ในเรื่องการไปเที่ยวถนนข้าวสาร และ การอ่านเรืองสั้น การเล่นเอมเอสเอน แต่ซ้อนกับแทนไม่ได้เรื่องดนตรีคลาสสิค เช่นเดียวกับที่ซ้อนกับเจ้าเจตน์ไม่ได้เรื่องการชกมวย

พี่ซ้อนกับต้อง(ratio)ได้ในเรื่องหนัง การดำเนินชีวิต การท่องเที่ยว การส่งโปสการ์ด แต่ซ้อนกับต้องไม่ได้เรื่องการทำอาหาร

พี่ซ้อนกับอาจารย์ปกป้องได้ในฐานะคนที่เคารพความคิดกัน อ่านงานของกันและกันตามที่โอกาสอำนวย เปิดใจกว้างในการยอมรับความเห็นและการวิจารณ์ซึ่งกันและกัน การท่องเที่ยว และภาษาหนังสือ แต่พี่ก็ไม่ซ้อนกับอาจารย์เรื่องการเมืองหรือเศรษศาสตร์

ซึ่งพี่ไม่เคยคิดว่า คนไหนที่ซ้อนกับพี่ไม่ได้ในบางเรื่อง หรือ เห็นไม่ตรงกับพี่ในบางเรื่องจะเป็นเรื่องผิด

พี่ไม่เคยโกรธเคืองว่าคนที่อ่านเรื่องสั้นของพี่แล้วไม่อิน เป้นคนไร้สมอง ขาดความสุนทรีย์ พี่ไม่เคยว่าต้อง ผู้ซึ่งบอกพี่เสมอว่า ฟังเพลงคลาสสิคที่ไรก็หลับ ว่าต้องนี่ไม่ไหวเลย แล้วเลิกคบกับต้องไป เพราะต้องไม่อินกับเพลงคลาสสิค เรื่องจริงกลับเป็นตรงกันข้าม เพราะเรากลับถามไถ่และแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เรามีไม่เหมือนกันตะหาก ทำให้คบกันต่อยิ่งสนุกเข้าไปอีก

เพราะพี่มีดินแดนของพี่ และพี่เคารพความเป็นไปของคนในดินแดนอื่น

เพราะฉะนั้นการเข้ามาคุยกับแทนในหนนี้กับคอมเมนต์ที่แสนจะยาวอันนี้ ก็เพื่อที่จะบอกแทนว่า พี่ยังเคารพน้องในความเป็นน้องเสมอ ตราบเมื่อไรก็ตามที่น้องไม่เข้ามาละเมิดในวงกลมของพี่ เพราะพี่ไม่ได้ติดป้ายว่า "โปรดเข้ามาหาฉัน" ทุกคนเข้ามาอ่านเอง เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าใจหรือไม่ชอบ มีทางแก้ง่ายมากๆ ก็คือ ต่อไปก็ไม่ต้องมาอ่านหรือมาคบ
ไม่ใช่ไปตีกลองร้องป่าว ว่าคนนี้ไม่เหมือนเราแล้วโง่ เซ่อ บ้า ไร้สรสนิยม ฯลฯ

เพราะคนเรายังอาจจะมีเนื้อที่ในวงกลมบางส่วนที่ซ้อนกันได้ดีอยู่

แต่ถ้าหากไม่เห็นการการ "ซ้อน" กันในเรื่องอื่น คิดจะทำลายวงกลมก็ตามใจ

เพราะพี่ถือมาตลอดว่าเกมส์ความสัมพันธ์คือเรื่องของคนสองคน เจตนาของคนๆเดียวย่อมไม่มีผล แต่ต้องเสนอสนองถูกต้องตรงกัน

ถ้าอีกฝ่ายคิดไม่เหมือนกับพี่ ก็ตามสบายไป ไม่เป็นไร ไม่ได้ว่าอะไร

หวังว่าน้องคงเข้าใจ และ หวังว่าเราคงได้คุยกันในเร็ววัน
เก็บหอไอเฟลที่ให้ไว้ให้ดี เผื่อจะได้มาดูด้วยกัน แล้วพี่จะถ่ายรูปให้แทนสวยๆนะ

จาก พี่มิ้ม

 
At 3:32 PM, March 31, 2006, Blogger POL_US: Jurisprudence said...

มันช่างลึกซึ้งยิ่งนักครับ .....

 
At 12:19 AM, April 02, 2006, Blogger Crazycloud said...

นักการฑูตชั้นเยี่ยม ฮา ฮา

เหอ ทำไมหนอ พูดกันตรงๆนะ

ตั้งแต่รู้จักมิ้มมา ยังไม่เคยรู้สึกว่า คุณมิ้ม (เรียกแบบห่างๆบ้าง) ไม่ดีตรงไหน

ด่าชาวบ้านคนอื่นๆ แล้วอยู่ดีๆมาไม่คุยกับเราซะนี่ เฮอไม่รู้จะว่ายังไง ทีพี่กล้าไม่เห็นโกรธ

ถามจริงเถอะ หาก คุณมิ้ม จะเกลียดผม ซึ่งเป็นผู้ที่ท่านเคยบอกว่า น่ารู้จักที่สุด โดยไม่มีเหตุผลเช่นนี้

ข้าพเจ้าก็จนใจ

และขอบอกตรงว่า แทนมันศิษย์เอก หากจะแอบคุยความลับละก้อ อย่าไปคุยกับมันเลย ด้วยความหวังดี

ส่วน คุณมิ้ม จะชอบการเมืองหรือไม่ ผมเคยว่าคุณเหรอ

คุณมิ้มจะซ้อนผมหรือไม่ เรื่องไหนผมก็ไม่ตำหนิ

ผมด่าไอ้พวกที่ด่าผม คุณมิ้มเคยเข้ามาด่าผมในบล็อกเหรอ คำตอบคือไม่เคย มีแต่แอบซุบซิบกับแทน ใช่มะ
ดังนั้นทำไมต้องไม่คุยกับผมด้วย ไม่ยตุธรรมนี่นา

ถ้าเป็นสมัยก่อน ผมคงน้อยใจแย่

ผมไม่ใช่คนใจแคบนะ อย่าเข้าใจกันผิดจะเสียน้ำมิตรกันเปล่าๆ

ส่วนใครจะแอบคุยกับใครผมไม่สนหรอก

ผมไม่ใช่นักการเมือง ที่ไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวร

ผมรักจริง ไม่เกลียดใคร

หากวันฟ้าใส และความเข้าใจมาเยือน เราคงได้พบกัน

อย่าลืมมิตรภาพสุดท้ายที่สนามบินล่ะ

ตัวผมนี่มันทุเรศมากจนยอมให้ใครมาใช้สายตาดูถูก ผมยังให้อภัย

แล้วนี่ผมทำผิดอะไร รึ วานบอก

หากมิเข้าใจ ก็ขอให้ยืนอยู่บนวิถีแห่งความเกลียดต่อไป

ข้าพเจ้าก็ไม่ง้อคนไม่มีเหตุผลเช่นกัน

เสียดาย เสียดาย

 
At 10:54 PM, April 05, 2006, Blogger carré de mim said...

ก่อนอื่นต้องบอกน้องแทนก่อนว่า พี่ขอใช้บล๊อกน้องแทนเป็นที่ชี้แจง เพราะเรื่องการเข้าใจผิดของพี่กับพี่โต เกิดที่บล๊อกน้องแทน
จึงหวังว่าน้องแทนจะเข้าใจด้วยนะจ๊ะ
....
ถึงพี่โต
มิม้ไม่ทราบว่าพี่โตจะมาอ่านข้อความนี้เมื่อไหร่ แต่อย่างไรก็ดี มิ้มคิดว่าพี่คงได้อ่านแน่นอน เพราะมิ้มตั้งใจจะส่งไปพิมพ์สามที่ คือ บล๊อกของแทน (อันนี้) บล๊อกของพี่ และ เมล์ของพี่ ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นการยืนยันการแสดงเจตนาของมิ้มเพื่อจะชี้แจงพี่นะคะ

ขอโทษที่ตอบช้า เผอิญช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ค่อยสะดวกเรื่องการใช้ internet เล็กน้อยค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบคุณก่อนที่ชมมิม้ว่าเป็นนักการทูตชั้นเยี่ยม ตอนเด็กๆมิ้มอยากเป็นนักการทูตมาก สาเหตุไม่มีอะไร เพราะอยากเที่ยวหลายๆประเทศ แต่ฝันนี้ก็ต้องสลายไปเมื่อเห็นอัตราส่วนการรับในคณะรัฐศาสตร์ จุฬา
การมีคนมาชมว่า เป็นนักการทูตชั้นเยี่ยม จึงทำให้ดีใจมากๆ

มิม้ไม่ทราบเหมือนกันว่า เพราะเหตุใดพี่โตอ่านข้อความที่มิ้มเขียน comment ให้แทน แล้วตีความไปได้เช่นนั้น

ประการแรกเลย ที่มิ้มเรียกพี่โตว่า คุณcrazycloud เพราะอยากจะใช้"คุณ" เพื่อรับกับความเห็นที่พี่เขียนให้น้องแทน เพราะพี่ใช้ "คุณแทน" เลยอยากใช้"คุณ" บ้าง โดยมิได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร ถือเป็นการยกย่องซะด้วยซ้ำ อีกประการหนึ่ง ผู้อยู่ใกล้ชิดมักทราบว่า มิ้มมักเรียกคนคุ้นเคยว่า"คุณ"เป็นปกติอยู่แล้ว มีหลักฐานไปดูได้จากคอมเมนต์ของมิม้เองในบล๊อกมิ้ม มิ้มเรียกเพื่อนว่า "คุณเพื่อน" หรือเล่นกับพี่กล้าเสมอว่า "คุณพี่" "คุณน้อง"

ก็เลยงงประการแรกว่าเหตุใดพี่จึงตีความการเรียกขานของมิ้มกลายเป้นคำแสดงถึงคำไม่คุ้นเคยไปเช่นนั้น อีกประการหนึ่งคือ ถ้าอ่านดีๆ มิ้มเรียก "แทน" ว่าน้องแทน ทุกคำ แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่จะพูดอย่างค่อนข้างจริงจัง ไม่เล่น แต่มิ้มก็ไม่เห็นว่ามันจะบอกว่าห่างตรงไหน

เลยงุนงงแกมประหลาดใจที่พี่คิดไปเช่นนั้น

ประการต่อมา มิ้มคิดว่าพี่เข้าใจเจตนาที่มิ้มเขียนคอมเมนต์ให้แทนผิดไปมาก เพราะในข้อเขียนนั้น มิ้มต้องการจะสื่อว่า แม้คนเรามีความสนใจไม่เหมือนกัน แต่ก็ย่อมคบกันเป็นเพื่อนได้ ตราบเท่าที่ยังไม่ละเมิดต่อกัน โดยมิ้มเปรียบเทียบความสนใจของคน เหมือนสมการคณิตศาสตร์เรื่อง set โดยมีการซ้อนกันของวงหรือ intersection เป็นการแสดงความสนใจตรงกัน

ที่ต้องการจะบอกแทนก็คือ แม้มิ้มไม่สนใจการเมือง แต่แทนสนใจ แต่มิ้มก็ไม่เคยคิดว่แทนผิด ตราบเท่าใดที่แทนไม่มาละเมิดมิ้ม ซึ่งที่ผ่านมา มิ้มก็ยังไม่ได้ว่าซักคำว่าแทนละเมิดมิ้ม เพราะฉะนั้น โดยสรุป มิ้มเลยไม่เห็นว่าแทนจะไม่น่าคบหาแต่อย่างใด เพราะแทนยังไม่ละเมิดมิ้ม แม้จะเห็นหรือสนใจต่างกัน

จริงๆเรื่องนี้ก็ปรับเข้ากับพี่โตด้วยก็ได้ หากพี่โตอยากจะโยงตั้งแต่มาอ่านคอมเมนต์มิ้มแล้วตีความเจตนามิ้มผิด (พี่โตเข้าใจมิ้มไปเองก่อนนะคะ มิ้มไม่ได้เริ่ม)

เมื่อปรับใช้สมการดังกล่าวกับพี่โต ก็ผลเหมือนแทน
ก็คือ แม้พี่โตกับมิ้มจะไม่มีความสนใจเหมือนกันในบางเรื่อง แต่ก็ยังคบหากันได้ หากไม่ละเมิดกัน

ก่อนหน้าการโพสต์คอมเมนต์ของพี่โตในบล๊อกของแทนครั้งนี้ มิ้มก็ไม่เคยคิดว่าพี่ละเมิดมิ้มตรงไหน เพราะเรามีความสนใจไม่ตรงกัน มิ้มก็อยู่กับสิ่งที่มิ้มสนใจ พี่ก็อยู่กับสิ่งที่พี่สนใจ

แต่การมาโพสต์คอมเมนต์ของพี่ครั้งนี้ มิ้มพบว่าพี่กำลังจะละเมิดเจตนาของมิ้มจากความอคติของพี่แล้ว

เพราะมิม้ไม่ได้มีเจตนาจะ"ว่า" หรือ "ไม่คุย" กับพี่เลยแม้แต่น้อย มิ้มอ่านทวนคอมเมนต์ของมิ้มทีไร ถามคนเยอะแยะไปก็แล้ว ก็ไม่มีใครซักคนบอกว่า มิ้มพุดถึงพี่แม้แต่น้อย

มีแต่พี่ที่มากล่าวหามิ้มเอง และพูดจริงๆก็คือ มิ้มยังไม่ได้ว่าอะไรพี่เลยซักนิดในเรื่องบล๊อก หรือเรื่องการทำตัวในบล๊อกของพี่ พี่ก็มาคิดไปเอง แถมยังมาหาว่า มิ้มพูดไม่ตรงไปตรงมา แอบนินทาพี่กับแทน มิ้มยืนอยู่บนวิถีแห่งความเกลียดอีก

สำหรับประเด็นที่พี่ว่ามิ้มแอบนินทาพี่กับแทนนั้น
มิ้มจำได้ว่า หลังจากกลับมาฝรั่งเศสแล้ว มิ้มได้คุยเอมเอสเอนกับแทนหนึ่งครั้งเท่านั้น
ในตอนนั้น เป็นช่วงที่พี่กำลังจะขึ้นเวทีแรกๆ แทนเป้นคนเล่าให้มิ้มฟัง แล้วบอกว่า พี่"แรง"
มิ้มก็บอกว่า ฟังขึ้นเวทีแล้ว พี่โต"แรง" จริงๆ
สำหรับประเด็นเรื่อง เซน ที่พี่บอกว่าตัวเองเป็นเจ้าสำนัก
มิ้มจำได้ว่าพูดกับแทนไปว่า เป็นศาสตร์ที่เข้าใจยาก และซับซ้อน
หลังจากนั้นมิม้ก็ไม่ได้คุยกับแทนอีกเลย
ดังนั้นประเด็นที่พี่หาว่ามิ้มแอบซุบซุบคุย นั้นไม่เป็นเรื่องจริง โปรดอย่าหาความ และไม่จำเป็นต้องตัดไม้ข่มนามหรือเขียนเสือให้วัวกลัวด้วย เพราะมิ้มไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นมิ้มก็ไม่เดือดร้อนอะไร

สำหรับประเด็นที่พี่กล่าวว่า "ตัวผมนี่มันทุเรศมากจนยอมให้ใครมาใช้สายตาดูถูก ผมยังให้อภัย" ถ้าพี่จะหมายถึงเรื่องแม่ของมิ้มละก้อ
มิ้มคิดว่าเรื่องนี้เป้นเรื่องค่อนข้างส่วนตัวนะคะ ไม่ค่อยเหมาะที่จะเอามาเขียนในบล๊อก ถ้าพี่อยากรู้ มิ้มจะบอกหลังไมค์ แต่หากพี่ยังสงสัยอะไร และอยากให้มิ้มเขียนตอบ มิ้มก็จะทำให้ก็ได้

สุดท้ายนี้มิ้มก็ขอบคุณพี่โตที่อ่านมาจนจบนะคะ ส่วนจะเข้าใจหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นที่มิ้มจะสนใจ หากพี่เข้าใจก็ดี แต่หากพี่ไม่เข้าใจก็ตามสบาย ไม่ใช่ว่ามิม้เห็นว่ามิตรภาพระหว่างมิ้มกับพี่เป็นสิ่งไม่มีค่า แต่หากเพราะว่ามิ้มคิดว่าหากจะคบใครที่มองมิ้มอย่างมีอคติ คิดไปเองแม้ยังไม่ได้กล่าวถึง นั้น เป็นสิ่งที่บั่นทอนความสัมพันธ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

มิ้มแค่อยากจะชี้แจงเรื่องจริงและเจตนาจริงให้พี่ฟังเท่านั้น หากพี่เข้าใจและเชื่อว่ามิ้มเป็นตามนั้นก็คงดี แต่หากพี่ไม่เชื่อ มิ้มก็คงจนใจ

เพราะความสัมพันธ์ของคนเหมือน เซท แหละ หาก intersec ของพี่ซ้อนกับมิ้มจริง แต่เป็นคนละขั้ว ก็คงจะคบกันต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน

มิ้มคิดว่ามิ้มคงชี้แจงครั้งนี้เพียงครั้งเดียวนะคะ เพราะป่วยการจะต่อความยาวสาวความยืด พูดกี่ครั้งๆ มิ้มก็คงยังยืนยันเช่นนี้

เพราะความจริงพูดกี่ทีก็เหมือนเดิม ไม่รู้จะพูดหลายครั้งไปทำไม เปลืองพลังงานการพิมพ์ ทำให้ฟ้อนท์สติ๊กเกอร์ภาษาไทยสีจางเร็ว ต้องไปกวนต้อง กวนนกให้ส่งสิ๊กเกอร์มาให้อีก

จริงๆก่อนหน้านี้ มิ้มกำลังจะว่าจะส่งโปสการ์ดไปทักทายพี่โตซักหน่อยนะ เพิ่งได้โปสการ์ดใหม่ๆมา สวยดี
แต่คงไม่ส่งดีกว่า เพราะเดี๋ยวพี่จะเข้าใจว่ามิ้ม "ง้อ"
เพราะมิ้มก็เฉกเดียวกับพี่
คือไม่"ง้อ"คนไม่มีเหตุผลเช่นกัน

 
At 11:20 AM, April 06, 2006, Anonymous Anonymous said...

นักการทูต ชั้นเยี่ยม ขอชมอีกครั้ง

ทำอะไรรู้อยู่แก่ใจ ฮา ฮา

ไร้รูป..........

 
At 6:16 PM, April 06, 2006, Blogger carré de mim said...

ทำอะไรรู้อยู่แก่ใจ ฮาฮา

 
At 9:57 PM, April 08, 2006, Anonymous Anonymous said...

ฮา ฮา ฮา

 

Post a Comment

<< Home