Monday, May 08, 2006

เรื่องเล่าจากการเดิน (1)

At the Princess White Snake Pagoda
Hanghjo, Shanghai

ผมนั่งอยู่บริเวณสิ่งก่อสร้างแบบดุ้นโบราณจีน 7 ชั้น ราบเคียงอ้อยอิ่งอยู่บนเทือกแผ่นดินริมทะเลสาบงามทิศตะวันตก : ทะเลสาบซีหู

ไม่ปฏิเสธ, ความงามที่แห่งนี้ฟัดเหวี่ยงกับงามของดอกหมวยจีนไม่เคอะเขิน

คนยั้วเยี้ยเนื่องจากสัปดาห์พักผ่อนขนาดมหึมาในความยาวเจ็ดวันของสัปดาห์แรงงาน-พรรคคอมมิวนิสต์คงอุทิศให้กับรากของชนชั้นที่สุญเสียในวันนั้นเพื่อมังกรผงาดในวันนี้ ความแน่นขนัดล้อมรอบทะเลสาบดั่ง นางสาวซีหู,พริตตี้เชียร์เบียร์ต้องล่องลอยในทะเลเงี่ยนมนุษย์

มิได้ก่นด่า เหน็บแนมสิ่งใด เพียงอธิบายธรรมชาติแห่งมัน

ผู้คนเดินกันหวัดหวาด บ้างเปรอะยิ้มสวยกับลูกสาวหรือชาย(เพียงคนเดียวที่ได้รับการอุดหนุนโดยรัฐบาล) บ้างจับกลุ่มสนทนาอัชฌาสัยกันสำหรับผู้มาใหม่รู้สึกเหมือนพวกเค้ากำลังด่าบุพการีกันเล่น-น่ารัก บ้างคากบ้างถุยบ้างพ่นควันตามลำนำประเพณีกลิ่นตุของมังกรมนุษย์แถบนี้

ผู้คนมากมายในความหมายล้นหลาม รู้สึกแปลกแปร่งพองาม ภาพทัศน์ชวนนึกถึง มนุษย์เมรัยสนธิกำลัพล่ามคำผรุสวาทหวังสังวาสเธอ... นางสาวซีหู

การเปรียบเปรยภาพทัศน์ที่กล่าวมาข้างต้นเหมือนอคติแห่งมนุษย์นิยมสาธารณ์(และไม่kitsch จึงต้องคิด)ของคุนเดอรา แต่จริงแท้นั้น ผมกำลังยิ้มละมัยกับความรู้สึก(ความรู้สึก = วัฒนธรรม + ขีดจำกัดความคิด + ทวิลักษณ์)

เพราะในบางที(some not all!) สิ่งที่คลี่ตัวในระดับสายตามนุษย์โง่อย่างผม คือนาทีนี้ถือเป็นโอกาสดีให้แรงงงานว่างภาระได้มาเห็นความงามเหงี่ยงที่ซ่อนรหัสนัยลึกสว่างของธรรมชาติที่เหนือความจริง(Truths)ทั้งปวง เป็นโอกาสดีในระดับชาลี ปาร์คเกอร์บรรเลงแจ๊ซโดยไร้เครื่อง(instruments) ไร้ตั๋วคอนเสิร์ต ไร้ซีดี และไร้สิ่งใด เพียงแต่เงี่ยอวัยวะสดับตรับฟัง ทำนองไหลเลื่อนระรีนของคีตนิพนธ์ถึงชีพิตักนิพพาน-ยิ่งใหญ่ดุจนั้น

เธอ,นาง,เรา,เขา,อีและนาย (รงษ์พร่ำบอก) ต่างยืนอยู่ในระดับสายตากลวงเปล่าของผม และเราต่างใช้ ผัสสะทางภาพดูดด่ำดื่มอย่างเอร็ด ผัสสะแขนงเสียงยินแรงลมเสียดใบไม้เขียวแสนเสนาะ ผัสสะรสสัมผัสแปรเป็นความนิ่มนวลตรงข้ามกับสุสานโลกีย์คอนกรีตในเขตเมือง

ในนาทีนี้อยากฝังตัวระดับกาลนาน

...........................................................................

เพราะ? เพราะ? เพราะ? - มนุษย์ที่ดีมักตั้งถามหวังเสาะคำอธิบาย

สดับ? สดับ? สดับ? - เพื่อขจัดคำถามหม่นไร้คำตอบ

ทะเลสาบเงียบงันจากเสียงหูฟังมนุษย์ ฟังคำสารภาพแผดดังอื้ออึงรายล้อมของผองเรา ผู้มักพล่ามมากกว่าละเลียดความจริงงามบทใหญ่ของโลก - พล่ามพ่นเพื่อรู้สึกว่ามีอยู่;บ้างเรียกลูกค้าเพื่อคว้าเงิน บ้างนั่งครุ่นถึงการเมืองระดับร่านอำนาจ บ้างพูดพล่ามถึงความรักพันพ่วงที่มีต่อคนรักในสถานสุดโรแมนติกแห่งนี้ บ้าง บ้างและบ้าง ฯลฯ

มองไปเห็นเรือเพื่อมนุษย์หน่ายตีนได้ข้ามไปมาระหว่างแผ่นดินที่คั่นกลางโดยเธอผู้แสนงาม... อีกครั้งที่เธอรองรับไม่คะคาน

ในบทเพลงแห่งการบรรเลงทำนองสวย ผมยินเพียงคำกล่าวเย็นเนียบแต่อบอุ่นว่า "มาซิเธอที่รักฉันจะหุ้มเธอด้วยไอเย็นเพื่อผ่อนความร้อนทุรน จากพิษอารมณ์, พลุ่งพล่านเงินตรา, มนตราอำนาจ" เธอเริงระบำอ่อนช้อยล้อไปกับแรงลม และยังกล่าวต่อไปว่า

"มาซิ เธอที่รัก ฉันจะคระกรองกอดเธอ เหมือนคนรักที่ฉันมิเคยหวังสิ่งใดตอบแทน" เธอพร่ำบอกผมผู้เหนื่อยล้าอย่างเชื้อเชิญ หัวใจผมสั่นไหวจำต้องเสียน้ำตาให้กับผืนดินเพราะความรักที่เธอมีให้ผมเช่นนี้ เหมือนดั่งน้ำเสียงของครูผู้พร่ำสอนถึงเนื้อแท้ของความสัมพันธ์ - ความรักที่มิหวังครอบครอง เพียงแต่จะมอบความรักให้เสมอไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ใด คำสอนที่ผมไม่ได้ยิน ณ ตอนนั้น ตอนที่อาณาจักแห่งความรักผมล่มสลายและมิอาจย้อนคืน

อีกครั้ง และอีกครั้ง ที่พระแม่ธรรมชาติได้ให้คำกล่าวแก่ผม เพียงแต่เราจะสดับหรือไม่เท่านั้น - ภาวนาให้เราหูไม่หนวกไปกับความอื้ออึงของตัณหาราคะร่านเสียก่อน

.......................................................................

ครั้งหนึ่งในหน้าของเวลา โจรสลัดแยพส์ (Japs) บุกมาเพื่อยึดครองแดนนี้ เผาเมือง ฆาตคน ทำให้เจดีย์นางพญางูขาวจุดชมทัศนียภาพที่ดีที่สุดในบริเวณนี้ถูกทำลายไป

ชีวิตที่เสียไป เจดีย์ที่พังภินท์ ผมยินเสียงโหยหวนของผู้สูญเสียในเสียง cantonese เพราะน้ำมันของลูกพระอาฑิย์จ๊าดง่าว เพียงเพื่อเย้ยเหล่าชนที่ครองอาณาบริเวณมาก่อน เป็นความจริงที่ดำรงอยู่ในมนุษย์คลั่งที่ถนัดทำลายมากกว่าสร้างสรรค์

ฝ่ายหนึ่งเพื่อยึดครอง ฝ่ายหนึ่งสูญเสีย - วังเวียน เวียนวน ฤาจะเสียเปล่าในการต่อสู้ในนามความรักของผองมนุษยชาติ เพราะเหตุการณ์เช่นว่านี้ไม่เคยหมดไปเสียที

อีกครั้งและอีกครั้ง เธอตระกรองกอด ธุลีมอดสู่ตะกอนแห่งชีวิตอันอุดม เธอคว้าจับเสียงหวนโหยให้มาร่วมสดับ เพลงเพราะแห่งสายลม

.......................................................

ความสุขที่ผมเพรียกหา อยู่ตรงหน้าทุกเวลาและนาที


อยู่ที่ผมจะสดับมันหรือไม่??? แล้วคุณล่ะจะรับฟังหรือไม่ ???

สวัสดี(อย่างมีสติ)
ชีวิตที่เสียไป

4 Comments:

At 6:43 PM, May 12, 2006, Blogger Crazycloud said...

คุณสนธิ กลับจากเมืองจีนแล้วโว้ย

 
At 8:26 PM, May 15, 2006, Blogger Mr.GELGLOOG said...

โอ๊ะ

เดินเป๋เลย

แวะมาแซวเล่นน่ะครับ คงสบายดีนะท่านวิณญูชน

 
At 10:23 PM, July 15, 2006, Anonymous น้องทิพย์ said...

สวัสดีคะ

ดีใจจังเลยคะ ที่ได้รู้จักพี่เเทนคนนี้
เป็นคนที่ไม่เหมือนใคร ในทุกคนที่ทิพย์เคยเจอมา
เป็นคนที่น่ารู้จักคนหนึ่ง เเล้วอยากให้ทุกคนได้รู้จักพี่เเทนเหมือนกับทิพย์นะ

 
At 8:40 PM, July 18, 2006, Blogger Mr.GELGLOOG said...

เห้ย เหวย เหวย

ท่าทางจะเดินไปไกลนะเนี่ย

รีบกลับมาเขียนไวๆ

รออยู่นะท่าน

 

Post a Comment

<< Home